คุณวิกรม กรมดิษฐ์กับก้าวต่อไปของประเทศไทย 2012.12.19 FM 96.5 (งาน 8ปีคลื่นความคิด ห่วงใยชายแดนใต้)

โดย Vikrom Kromadit เมื่อ 3 มกราคม 2013 เวลา 13:13 น. ·

สิ่งที่เป็นคำถามในวันนี้คือ  อนาคตของของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร  ผมมองว่าประเทศไทยจะมีอนาคตขึ้นหรือลงมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับการเมือง  ถ้าการเมืองของเรายังมีคนที่เล่นการเมือง  หรือสนใจการเมืองโดยไม่นำการเมืองมาใช้อย่างเป็นประโยชน์อย่างสร้างสรรค์  ประเทศไทยคงลำบาก

ในช่วงที่ผ่านมาหากมองดูแล้วมีหลายประเทศได้แซงเราไป  ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี  ไต้หวัน  มาเลเซีย  สิงคโปร์  และจีน  สาเหตุล้วนแต่เป็นเพราะว่าเรามีปัญหาภายในทั้งสิ้น  หากเราอยากมีอนาคตในระยะยาวที่สามารถเป็นอย่างในอดีต เช่นเมื่อ 40 ปีที่แล้วที่ประเทศไทยอยู่เหนือประเทศเหล่านี้ทั้งสิ้น  แต่วันนี้ประเทศไทยที่มีอดีตที่รุ่งเรืองกว่าประเทศอื่น  กลับอยู่ข้างหลังเขา  และเรากำลงจะไปอยู่ข้างหลังประเทศอย่างเวียดนามหรือพม่า  เป็นเรื่องตลกที่เราวิ่งอยู่กับที่  ไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน  เหตุผลหนึ่งที่ไทยเป็นเช่นนี้เพราะความขัดแย้งภายใน 

คนที่เล่นการเมืองหรือสนใจการเมืองนั้นต้องเข้าใจว่าจะทำอย่างไรจึงเกิดประโยชน์ต่อผู้คน  เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ  เรากำลังทำการเมืองให้เป็นปัญหากับประเทศ  นั่นจึงเป็นอนาคตที่ต้องระวัง

ในโลกใบนี้หากเราดูสัดส่วนของการเติบโตทางGDPหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมนั้น  เรามีสัดส่วนประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์  แต่ในอาเซียนมีการเติบโตถึง 7 เปอร์เซ็นต์กว่า  หากในอาเซียนนั้นโตถึง7 เปอร์เซ็นต์  แต่เหตุใดประเทศไทยเราจึงโตไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์  จึงสะท้อนได้ว่าเราวิ่งช้ากว่าประเทศครอบครัวอาเซียนนั่นเอง  ฉะนั้น อนาคตของเราคงเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนัก  เมื่อเพื่อนบ้านของเราเติบโตถึง 7 เปอร์เซ็นต์ 

AECหรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีการคมนาคมที่สั้นลง  ใช้เวลาในการขนสินค้าแต่ละอย่างน้อยลง  เพราะในอนาคตจะไม่มีพรมแดน  ฉะนั้น ต้นทุนในการผลิตและการขนส่งจะต้องลดลง  ในการที่ต้นทุนต่างๆลดลง  เราจะต้องเติบโตมากขึ้น  มีการคาดการณ์ว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อเกิดขึ้นแล้ว  ต้นทุนลดลง  การเติบโตจะสูงขึ้นกว่า 7 เปอร์เซ็นต์  ในระยะยาวอาจสูงกว่า 8 - 9 เปอร์เซ็นต์  และในอนาคตที่ไทยมีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การเติบโตที่มากขึ้น  สิ่งเหล่านี้ไม่เกินความสามารถของคนไทย  แต่เป็นสิ่งที่คนไทยต้องเข้าใจ 

ประเทศต้องเติบโตด้วยวิสัยทัศน์  ต้องพัฒนาไปด้วยความเข้าใจ  วันนี้หากประเทศไทยไม่เข้าใจ  ไม่มีวิสัยทัศน์  ประเทศต่างๆ เช่น เกาหลี  ไต้หวัน  มาเลเซีย  สิงคโปร์  และจีนจะแซงไป  เป็นอนาคตของไทยที่จะเกิดขึ้นหากเราไม่เปลี่ยนความคิดและไม่เข้าใจ  แต่หากคนไทยมองโลกเป็น  มองว่าการแข่งขันต้องเริ่มที่ความสามัคคี  ร่วมมือกัน  และอย่านำเรื่องส่วนตัวมาเป็นข้ออ้างในเรื่องของส่วนรวม  ทำให้การเมืองของเรายุ่ง 

ส่วนตัวในฐานะที่ผมเป็นคนไทยทำธุรกิจ  ผมอยากให้ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงสัก 2 อย่างในอนาคต  เรื่องแรกคือเรื่องของเศรษฐกิจ  หากประเทศไทยไม่มีเศรษฐกิจที่ดี  เราจะไม่สามารถคิดที่จะทำสิ่งอื่น  การกินอยู่ที่ดี  เศรษฐกิจที่ดี  ปากท้องอิ่มนอนหลับสบายภถือเป็นเงื่อนไขแรก  วันนี้มีคนออกไปทำงานในต่างประเทศเป็นล้านคน  เพราะคนเหล่านั้นไม่มีงานทำในประเทศไทย  เพราะเศรษฐกิจเราไม่ดี  ประเทศไทยมีประชากร 67 ล้านคน  ในขณะที่เกาหลีมีประชากร 50 ล้านคน  แต่ปรากฏว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของเกาหลีนั้นมีมากกว่าประเทศไทยถึง 4 เท่าตัว  เพราะประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวม 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ  แต่เกาหลีมีถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ 

เพราะเกาหลีมีการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดี  ทำให้ประชากรมีงานทำ  คนเกาหลีไม่จำเป็นต้องออกไปทำงานในต่างประเทศ  หรือหากจำเป็นก็ต้องเป็นเรื่องที่ไฮเทคมาก  ที่เขาต้องไปเรียนรุ้หรือฝึกอบรม  กลับกันกับคนไทยที่วันนี้ต้องไปหางานในต่างประเทศ 

ฉะนั้น หากเรามีเศรษฐกิจที่ดีเช่นเกาหลี  ไต้หวัน  หรือสิงคโปร์  เราจะมีงานให้กับคนไทยทุกคน  ให้สามารถทำงานในประเทศไทยของเราได้ 

เรื่องที่สองคือ ความสงบ  ประเทศไทยนั้นน่าเสียดาย  หลายร้อยปีที่ผ่านมาชาวตะวันตกเรียกเราว่า Land of smile หรือยิ้มสยาม  แต่วันนี้คนไทยโหดเหี้ยมมากขึ้น  ทำร้ายกัน  เหตุใดคนไทยจึงเปลี่ยนจากคนที่น่ารัก  มีจิตใจดี  เอื้ออาทรกลายเป็นเมื่อใส่เสื้อคนละสีก็ทะเลากันเสียแล้ว  ทะเลาะกันในขณะที่เราไม่รู้จักกัน  หรือไม่เคยมีสิ่งใดขัดใจกัน  วันนี้เรากำลังแบ่งประเทศนี้ด้วยสี  สิ่งเหล่านี้เราพูดถึงความไม่สงบ  ไม่มีเสถียรภาพ  เป็นสิ่งที่น่ากลัว  ประเทศที่น่าอยู่กำลังหายไป 

หากเศรษฐกิจดี  ทุกคนมีความสงบสุข  ประเทศไทยจะน่าอยู่  เป็นดังแดนสวรรค์ของทุกคน  ดังนั้น เราจึงต้องมาคิด  หากคนไทยฉลาด  มีวิสัยทัศน์  ผมไม่เชื่อว่าเราจะทำในสิ่งที่ไม่ฉลาด